ขอเปิด Time to chill ของเวปใหม่นี้ด้วยการพาไปตะลุยยุโรปครั้งแรกของเจ้านายใหญ่ของบ้าน เด็กชายไม้กล้า ที่กว่าจะตกลงกันลงตัวได้นั้นแทบจะยกเลิกทริปกันไปหลายรอบเลยทีเดียว

กว่าจะตกลงปลงใจกับจุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้ได้นี่เล่นเอาเหนื่อยใจกันไปเลย เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่จะหอบหิ้วลูกขึ้นเครื่องบินก็กลัวกันไปสารพัดว่าเอาไงดีไปที่ใกล้ๆก่อนดีมั้ยเพื่อว่างอแงมากก็ยังนั่งเครื่องน้อยหน่อย แต่ก็ไม่อยากไป Hong Kong เพราะอยู่ได้แค่ไม่กี่วันก็ไม่รู้จะทำไร ส่วนญี่ปุ่นก็น่าสนใจ แต่ไม่คล่องกับประเทศมากสักเท่าไหร่ นอกจากที่ shopping แล้วไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก เลยมาตกลงกันที่ว่าไปยุโรปเถอะ ยังไงซะก็คุ้นกับเมืองอากาศก็กำลังดี แถมจะได้ไปเจอเพื่อนด้วย และถ้าลูกร้องมากจริงๆก็ค่อยๆช่วยกันดู ยังไงซะพี่กัปตันการบินไทยก็คงไม่ถีบเราลงเครื่องกลางอากาศแน่ๆ
เลยมานั่งวางแผนกันว่าจะไปเที่ยวไหนกันบ้าง จากตอนแรกว่าจะไปลงที่ Rome แล้วนั่งรถไฟค่อยๆเที่ยวมาเรื่อยแล้วแล้วไปกลับที่อังกฤษแต่ก็กลัวว่าจะเยอะเกินไปสำหรับเด็กรึเปล่า และการที่ต้องแบกกระเป๋าเดินทาง และรถเข็นขึ้นรถไฟหลายๆครั้งก็เหนื่อยแน่ๆเลยตกลงใจกันว่าเราเลือก Switzerland เป็นที่ตั้งหลักก่อนดีกว่า เพราอย่างน้อยอยากไปเที่ยวที่ไหนก็นั่งรถไฟไปง่ายโดยเอาของส่วนใหญ่ทิ้งไว้ที่นี่ และยังเที่ยวได้สบายๆไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพกันจนจิตตก แถมสวิสยังเป็นประเทศที่สวยทุกมุมอยู่แล้ว เผื่อวันไหนไม่อยากเดินทางไกลแค่เดินเล่นในเมืองก็โอเคแล้ว และนั้นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นของทริปนี้
Zurich Day 1
เริ่มต้นทริปกันแบบใจตุ๋มๆต่อมๆว่าจะร้องเครื่องแตกเลยรึเปล่า เพราะโดนเตือนมาเยอะว่าระวังลูกจะหูอื้อมากเค้าจะทรมานมากๆ, กลัวว่าบนเครื่องจะหนาวมากเดี๋ยวลูกไข้ขึ้นเลยเตรียมของไปตรึม ทั้งที่วัดไข้, แผ่นลดไข้, ยาลดไข้, ยาลดน้ำมูก , เสื้อหนาว, ของเล่น เตรียมไปให้ครบ พอมาถึงสุวรรณภูมิแล้วก็ยิ่งกังวลเพราะปกติถึงเวลานอนแล้วแต่ไม่เห็นอาการง่วงนอนแต่อย่างใด ยังคึกคักให้พาไปเดินเล่นรอบ lounge ปีนขึ้นลงโซฟาอย่างสนุกสนาน อีแม่มันเริ่มคิดในใจแล้วว่าคึกแบบนี้ ขึ้นเครื่องยิ่งคึกแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าโชคชะตาเป็นใจ หรือคุณพระ คุณเจ้ายังกรุณา เพราะก่อนขึ้นเครื่องไม่ถึง 10 นาทีก็เกิดอาการถ่านหมด หลับไปง่ายๆเลย และหลับสนิทแบบที่ว่าเครื่องขึ้นก็หลับไม่รู้เรื่อง แถมโชคดีว่าโซนที่นั่งนั้นว่างแบบไ ม่มีคนเลย มีแค่เรา 3 คนพ่อแม่ลูก ประหนึ่งเหมือนมา Private Jet, ไม้กล้าเลยสบายได้มีที่นอนเป็นของตัวเองทั้งคืน ตื่นขึ้นมาก็นั่งกินข้าว ดูการ์ตูนสบายใจ เบื่อหน่อยก็เดินเกาะเล่นไปรอบเครื่อง แถมยังขอขนมปังมานั่งกัดเล่นไปเกือบครึ่งก้อนอีก โล่งใจไปได้แล้ว 1 รอบเดี๋ยวไปลุ้นกันใหม่ตอนขากลับ

เรามาถึง Zurich กันตอน 7 โมงเช้า ก้าวขาลงจากเครื่องมาก็เจอความหนาวของอากาศ 6 องศาจนต้องรีบใส่เสื้อเพิ่มให้คุณเจ้านายก่อน หลังจากตรวจ Passport รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็นั่ง taxi เข้าเมืองกัน จริงๆแล้ววิธีการเดินทางที่ง่ายและสะดวกที่สุดในสวิสคือการใช้รถไฟ แต่เนื่องจากว่าวันนี้เราตั้งใจกันว่าจะอยู่แต่ที่ Zurich และเราจะซื้อตั๋วแบบ Swiss Pass กันพรุ่งนี้เพื่อนให้ครบกับจำนวนวันที่เดินทางก็เลยยอมจ่ายค่า Taxi ไป 50 CHF เพื่อสะดวกมาถึงหน้าโรงแรมกันเลย

ด้วยความจริงแล้วเราวางแผนกันไว้ว่าจะเช่า apartment อยู่ที่ Lausanne กันไว้เป็นที่หลัก แต่ด้วยความที่บ้านเต็ม จะเข้าอยู่ได้ก็อีก 3 วันก็เลยตัดสินใจค้างที่ Zurich ก่อนสัก 2 คืนแล้วค่อยไปเมืองอื่นก่อนแล้วค่อยไปเข้าบ้านที่จองไว้ตามกำหนด Zurich เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของ Switzerland และเป็นหนึ่งในเมืองหลักทางธุรกิงและการท่องเที่ยวทำให้มีโรงแรมให้เลือกหลายแบบ หลายราคา ตัวตุ้มเองก็ไม่เคยค้างคืนที่ Zurich มาก่อนเคยมาแบบเช้าเย็นกลับอย่างเดียวเลยไม่รู้ว่าย่านไหนดีควรพัก ก็เลยต้องพึ่งเวปดังอย่าง trip advisor เป็นที่หลัก คอยเลือกอ่านจากรีวิวดูว่าน่าจะชอบที่ไหนแล้วค่อยมาดูราคากันอีกที.
หลังจากอ่านรีวิวกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ เลยมาตกลงใจได้ที่ Hotel Adler โรงแรมเล็กๆอยู่ในย่าน Old Town ที่มีร้านอาหารแ ละบาร์อยู่ใกล้ๆ จากโรงแรมเดินเที่ยวได้หลายที่เหมือนกัน เดินไปสถานีรถไฟประมาณ 5 นาที หรือถ้าจะไปทะเลสาบหรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆก็ไม่ไกลมาก ห้องพักก็มีให้เลือกหลายแบบแต่ด้วยความที่จองช้าไปหน่อย เลยได้ห้องสุดท้ายของโรงแรมเป็น Junior Suite ที่มีที่นอนและห้องนั่งเล่นรวมอยู่ด้วย จริงๆแล้วห้องนี้จัดว่าเป็นห้องที่เหมาะสำหรับมา 3 คนเพราะมีที่เหลือพอให้ตั้งเตียงเสริมได้สบายๆ ห้องมีพื้นที่กว้าง ผิดปกติโรงแรมยุโรปทั่วๆไป แต่ห้องก็ดูน่าอยู่น่านอนดี มีข้อเสียอยู่ 2 อย่างเท่านั้นเองคือ ห้องไม่มีตู้เย็นมีแต่ตู้เก็บความเย็นที่เอา dry ice มาใส่ไว้ -__- และข้างๆเตียงนอนมีกล่องโบราณวางไว้อยู่ มองแล้วงงว่ามันดูไม่ค่อยเข้ากับห้องเท่าไหร่ และต้องรีบเปิดกล่องดูว่าไม่มีอะไรแถมไว้ให้ในกล่อง กลางคืนก็เอากระเป๋ามาวางทับไว้อีกทีกันมีอะไรโผล่ออกมา

วันนี้เรามาถึงโรงแรมกันเกือบ 9 โมง ซึ่งห้องยังไม่เรียบร้อยดีเลยไปนั่งกินข้าวเช้ารอที่ห้องอาหารก่อน โชคดีที่เอาอาหารขวดของไม้กล้าติดมาจากเมืองไทยด้วยเลยกินไปก่อนเลยหนึ่งมื้อ หลังจากได้เช็คอินเข้าห้องพักก็งีบหลับกันไปคนละชั่วโมงเอาแรงก่อนออกไปเดินเล่นหาของกินกันในเมือง

จากโรงแรมเดินเช้าไปที่ถนนหลักของเมืองอย่าง Bahnhofstrasse ใช้เวลาจริงๆไม่น่าเกิน 5 นาที แต่ด้วยความที่เราใช้รถเข็นเด็กกับการเดินช้าๆเลยใช้เวลาเกือบ 10 นาที ช่วงเที่ยงๆมีลมพัดเย็นๆแต่แดดก็แรงมากจนน่ากลัวว่าตัวจะไหม้กันเลยที่เดียว พอถึง Bahnhofstrasse ก็เริ่มหาของกินมื้อเที่ยงกันก่อนเลย ที่ Zurich มีร้านให้เลือกหลายแบบหลายอย่างมากมายทั้งแบบแพงสุดจนถึง take away ง่ายๆ หลังจากที่วนดูอยู่หลายร้านก็ตัดสินใจเลือก ร้านเก่าที่คุ้นเคยอย่าง Manora ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ในห้าง Manor เป็นร้านแบบ Self Service ที่มีให้เลือกตั้งแต่ของหวาน, สลัด อาหารจานหลักและเครื่องดื่มมากมาย อยากกินอะไรก็เลือกหยิบหรือตักเอามีราคาเขียนไว้ให้ และก็เดินมาจ่ายตังค์ที่ทางออก เมนูของไม้กล้าเที่ยงนี้คือ ไก่ทอดกับ pasta ที่หั่นให้หยิบกินแบบง่ายๆและดูท่าจะชอบใจเพราะกินไปเกือบหมดจานเลยทีเดียว ส่วนตัวพ่อแม่ก็ง่ายๆแค่พิซซ่าคนละชิ้นกับปีกไก่คนละอัน

อิ่มมื้อเที่ยงแล้วก็เริ่มเดินทางกันต่อ โดยบ่ายนี้เราเดินเล่นไปตามถนน Bahnhofstrasse ที่เป็นถนน shopping ของ Zurich. ถนนเส้นนี้มีให้เลือกตั้งแต่ ZARA, H&M ไปจนถึง Chanel, LV และ Hermes กันเลย ค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ แวะดูร้านโน้นนี่ไปบ้างไปจนสุดถนนก็จะเจอกับทะเลสาบของเมือง Zurich ที่มองไปสุดลูกตาก็จะเจอภูเขาสวยงาม วิวที่สวยคุ้มกับการที่เดินมาไกล ที่นี่จะมีบริการนั่งเรือชมวิวด้วยนะค่ะ

ใครอยากแค่เดินเที่ยวรอบๆ หรือจะขึ้นเรือก็เลือกได้ คณะทัวร์ของเรานั้นเลือกที่จะเดินเล่นรอบๆแทน สักพักก็นั่งเล่นให้คุณเจ้านายได้พักกินนมก่อนแล้วค่อยเดินกลับโรงแรมซึ่งระหว่างนี้เด็กน้อยก็หลับคารถเข็นไปแล้ว เลยตัดสินใจแวะซื้อขนมและอาหารขวดของไม้กล้ามาเก็บสำรองไว้สักเล็กน้อยก่อนกลับไปตั้งหลักกันใหม่ที่โรงแรม.

กลับมาตั้งหลักกันที่โรงแรม กันได้ไม่นานก็ตัดสินใจว่าพาลูกไม่เดินเล่นพร้อมป้อนข้าวเย็นข้างนอกดีกว่า เพราะอยากให้เค้านอนช้าหน่อย จะได้ปรับเวลาได้ สักประมาณ 5 โมงเลยออกไปเดินริมแม่น้ำหามุมนั่งเล่นป้อนข้าวดูห่าน, เป็นว่ายน้ำกันไปมา นั่งอยู่สักพักใหญ่ๆ กินข้าวหมดไป 1 ขวดก็เดินกลับโรงแรมโดยอ้อมไปอีกทาง ไปผ่านหน้าโบส์ถแล้วก็วนไปหาซื้อหาอาหารเย็น ที่สุดท้ายมาลงตัวที่ร้านอาหารจีนแบบ Take away กันคนละจาน. 
หมดวันแล้วพร้อมกับหมดแรงหมดสภาพกันทั้งพ่อ แม่ ลูก, คุณไม้กล้ากินนมนอนตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ โดยทีแม่สลบอยู่ข้างๆ พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวไหนนั้น ต้องรอติดตามกันค่ะ